ส.ป.ก. ก้าวสู่ปีที่ 51 พลิกโฉมเกษตรกรรมไทย ชูนโยบาย "สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร" มุ่งสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืน
ส.ป.ก. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 50 ปี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ถือครองที่ดินสู่การเป็น "ผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่" ด้วยการปลดล็อกข้อจำกัดด้านเงินทุนผ่าน "โฉนดเพื่อการเกษตร" และนวัตกรรม "โฉนดต้นไม้" พร้อมจัดงานใหญ่ 5 -7 มีนาคมนี้ ณ ถนนราชดำเนินนอก
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครบรอบ 51ปี ณ สำนักงานส.ป.ก ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 เป็นต้นมา ส.ป.ก. ได้ทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกรไทยมาโดยตลอด ในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ส.ป.ก. ได้ปรับบทบาทครั้งใหญ่ภายใต้นโยบายสำคัญ “สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางรายมีรายได้และสิทธิในที่ดินอย่างแท้จริง
โฉนดเพื่อการเกษตร: ปลดล็อกแหล่งทุนเพิ่มขึ้น 80% จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูปครั้งนี้คือการยกระดับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้กลายเป็น “โฉนดเพื่อการเกษตร” นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงในที่ดินและเปิดทางให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้กว้างขวางกว่าเดิม โดยแต่เดิมเกษตรกรที่ใช้เอกสาร ส.ป.ก. 4-01 เป็นหลักประกันสินเชื่อกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะได้รับวงเงินเพียง 50-60% ของราคาประเมิน แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นโฉนดเพื่อการเกษตรแล้ว จะสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้เพิ่มขึ้นถึง 80% ของราคาประเมิน
ทั้งนี้ ส.ป.ก.ตั้งเป้าเร่งดำเนินการเปลี่ยนเอกสารสิทธิให้ได้มากกว่า 200,000 แปลง ภายในปีงบประมาณ 2569 โดยได้จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วภายใต้ชื่อ “ALRO FORCE” เพื่อปฏิบัติภารกิจเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาและเร่งรัดการออกโฉนดให้ถึงมือเกษตรกรอย่างรวดเร็วและโปร่งใส
"โฉนดต้นไม้" นวัตกรรมทรัพย์สินสีเขียว รับเทรนด์โลกใหม่ นอกจากการพัฒนาด้านที่ดินแล้ว ส.ป.ก. ยังได้เปิดตัวนโยบาย “โฉนดต้นไม้” ซึ่งเป็นการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจและไม้มีค่ารวม 58 ชนิดตามกฎหมาย นวัตกรรมนี้จะเปลี่ยนต้นไม้ให้กลายเป็น “ทรัพย์สิน” ที่สามารถประเมินมูลค่าเพื่อใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ ความสำคัญของโฉนดต้นไม้ยังครอบคลุมถึงการปรับตัวเข้าสู่ระเบียบโลกใหม่ โดยเฉพาะข้อกำหนด EUDR (European Union Deforestation Regulation) ของสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้ไปยังต่างประเทศได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องการทำลายป่า นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสสร้างรายได้จาก “คาร์บอนเครดิต” ตามเทรนด์เศรษฐกิจสีเขียว โดย ส.ป.ก. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ ธ.ก.ส. ในการสร้างผู้ตรวจประเมินมูลค่าต้นไม้เพื่อสร้างมาตรฐานการแปลงต้นไม้ให้เป็นทุนที่ชัดเจน
มุ่งสู่ Smart Farmer ด้วย BCG Model และโครงสร้างพื้นฐานในด้านการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ส.ป.ก. มุ่งเน้นการสร้าง Smart Farmer โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ลดต้นทุนการผลิต ภายใต้แนวคิด BCG Model นโยบายนี้ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดมลพิษ PM 2.5 จากการเผาในที่โล่ง และการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาสร้างเป็นรายได้เสริม ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบกระจายน้ำ แหล่งน้ำ และถนนในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้พื้นที่เกษตรกรรมมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้มอบหนังสืออนุญาต ส.ป.ก. 4-01 ไปแล้วรวมกว่า 36.6 ล้านไร่ ให้แก่เกษตรกร 3 ล้านราย และยังคงเดินหน้าส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP) เพื่อความยั่งยืน
ด้านนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก) กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ ส.ป.ก. ขอเชิญชวนประชาชนเที่ยวงาน “วันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 51 ปี” ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคมนี้ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ภายในงานพบกับกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ นำสินค้า ผลผลิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมาจำหน่าย เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้พบปะ และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกัน
รวมถึงมีการจัดนิทรรศการ นิทรรศการ ภายใต้ Concept “ส.ป.ก. สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร” เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของ ส.ป.ก. และมีการจัดอบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทำให้เกษตรกร ตลอดจนประชาชนที่มาร่วมรับชมงาน จะได้รับความรู้จากการจัดนิทรรศการ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการสินค้าโครงการพิเศษ และสินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน มีการนำเสนอผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของท้องถิ่นระดับพรีเมี่ยมจากเขตปฏิรูปที่ดิน 72 จังหวัด กว่า 95 ร้านค้า เช่น กาแฟโรบัสต้า ผ้าไหม และข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมการตลาดและเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร นอกจากนี้ยังมี กิจกรรม Workshop: เรียนรู้ทักษะอาชีพฟรี เช่น การทำน้ำมันนวด DIY และการทำเมนูเด็ดอย่าง “แกงไข่ผำ”และกิจกรรมด้านความบันเทิง: เพลิดเพลินกับดนตรีสดจากวง ALRO Band และ Mixer Band ตลอดทั้ง 3 วัน
“ส.ป.ก. ยืนยันความพร้อมในการย่างก้าวสู่ปีที่ 51 อย่างมั่นคง เพื่อเคียงข้างเกษตรกรไทยในการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป” นายเศรษฐเกียรติ กล่าวย้ำ













ไม่มีความคิดเห็น