"มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ผนึกภาคีเครือข่ายเสริมศักยภาพครูไทย ยกระดับความรู้โภชนาการและบริหารจัดการอาหารกลางวันอย่างมีคุณภาพ หนุนวางรากฐานสุขภาวะที่ดีให้แก่เยาวชน"

 • ยกระดับทักษะทีมอาหารกลางวัน รวมพลังผู้บริหาร คุณครู และทีมแม่ครัว เรียนรู้ ตั้งแต่วางแผนเมนู จัดซื้อ วางระบบโภชนาการ และลงมือปรุงจริง พร้อมเปลี่ยน “มื้อกลางวัน” ในโรงเรียนสู่เป้าหมาย School Lunch for Well Being

กรุงเทพฯ 16 ตุลาคม 2569 – มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านอาหารและโภชนาการ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านโภชนาการ ภายใต้โครงการ “อายิโนะโมะโต๊ะ โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ” ประจำปี 2569 โดยจัดอบรมบุคลากรรวม 60 คน จาก 10 โรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการอาหารกลางวันโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบเมนู การเลือกซื้อวัตถุดิบ การจัดเตรียมและปรุงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมกับเด็กวัยเรียน โดยมุ่งให้โรงเรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และพัฒนาสู่การเป็น โรงเรียนต้นแบบด้านอาหารและโภชนาการ ที่สามารถดำเนินงานได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดและขยายผลองค์ความรู้สู่โรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 

นายไชยพัฒน์ อ่องศรี รองประธานกรรมการมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ กล่าวว่า มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะเชื่อว่า การสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่เด็กไทยสามารถเริ่มต้นได้จากมื้ออาหารกลางวันที่มีคุณภาพ เพราะอาหารที่เหมาะสมไม่เพียงส่งเสริมการเจริญเติบโตเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพ การเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพในระยะยาว การอบรมครั้งนี้จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอาหารกลางวัน ตั้งแต่เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้รับผิดชอบโครงการอาหารกลางวัน ครูผู้รับผิดชอบด้านสุขภาพอนามัย แม่ครัวหรือพ่อครัว และครูผู้รับผิดชอบด้านการเงินและพัสดุ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจและสามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การวางแผนเมนู การจัดซื้อวัตถุดิบ การปรุงอาหาร ไปจนถึงการดูแลและติดตามภาวะโภชนาการของนักเรียน



“การอบรมเชิงปฏิบัติการ ประจำปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “School Lunch for Well Being” และคอนเซ็ปต์ “เพราะทุกมื้อ คืออนาคตของชาติ” สะท้อนแนวคิดว่า การวางรากฐานให้เด็กไทยเติบโตอย่างแข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี และพร้อมเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ สามารถเริ่มต้นได้จาก “มื้ออาหารกลางวันในโรงเรียน” ซึ่งการจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในโรงเรียน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานและมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการสร้าง “Healthy Lunch, Healthy Growth, Happy Well-Being” ให้เกิดขึ้นจริงและต่อเนื่องในโรงเรียน”



สำหรับการอบรมครั้งนี้ มูลนิธิฯ มุ่งเน้นการยกระดับการจัดอาหารและการติดตามภาวะโภชนาการ โดยได้รับความมือจาก สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานอาหารกลางวัน การจัดเมนูหมุนเวียน การเลือกใช้วัตถุดิบอาหารทดแทน และการกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับเด็กวัยเรียน ควบคู่กับการฝึกชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และแปลผลภาวะโภชนาการ เพื่อให้คุณครูสามารถนำข้อมูลไปใช้ วางแผนอาหารและติดตามการเจริญเติบโตของนักเรียนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรม “นักจัดซื้อมือโปร โภชนาการเป๊ะ!” และฐานเรียนรู้เรื่องการตักอาหารในปริมาณที่เหมาะสม การรู้เท่าทันหวาน มัน เค็ม และความปลอดภัยในอาหาร


ขณะที่ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เติมเต็มทักษะด้านการประกอบอาหารและการจัดการครัวโรงเรียน ผ่านการเรียนรู้เรื่องการสร้างตำรับอาหารจำนวนมาก การปรับและแปลงสูตรให้เหมาะกับจำนวนผู้รับประทาน ตลอดจนสุขาภิบาลและความปลอดภัยในโรงอาหาร ก่อนนำองค์ความรู้ไปทดลองใช้จริงผ่าน Cooking Workshop “ปรุงด้วยใจ เพื่อเด็กไทยสุขภาพดี” ให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกจัดการวัตถุดิบ ปรับสูตร และปรุงอาหารกลางวันสำหรับเด็กวัยเรียนในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือและสนับสนุนองค์ความรู้เพิ่มเติม จากสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ในการบรรยายหัวข้อการป้องกันและจัดการโรคอ้วนในเด็กวัยเรียน และทีมวิทยากรจากผักสร้างสุข

ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคผักและผลไม้ ที่เหมาะสมแก่นักเรียนด้วยเช่นกัน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการอบรม คือการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องอบรมไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรม Reflection & Commitment: From Learning to Action ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ พร้อมกำหนดแนวทางที่สามารถนำกลับไปพัฒนาในโรงเรียน โดยระบุผู้รับผิดชอบและกรอบระยะเวลาดำเนินงาน ขณะเดียวกัน ผู้บริหารโรงเรียนและเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายังได้ร่วมกิจกรรมในการวิเคราะห์ปัญหา จุดแข็ง และความร่วมมือที่มีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การวางแนวทางพัฒนาระบบอาหารกลางวันและโภชนาการของโรงเรียนได้ในอนาคต

การจัดอบรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเติมองค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันของ “ทุกมือ” ที่มีส่วนดูแลมื้ออาหารของเด็ก เพื่อให้โรงเรียนสามารถนำความรู้ไปพัฒนาระบบอาหารกลางวันให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง และต่อยอดสู่การเป็น โรงเรียนต้นแบบด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะในการร่วมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมไทย เพราะทุกมื้ออาหารที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม คืออีกหนึ่งรากฐานสำคัญของสุขภาพ การเติบโต และอนาคตที่ดีของเด็กไทย

###

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย mevans. ขับเคลื่อนโดย Blogger.