รมช.วัชระพล สั่งเร่งดำเนินการ บริหารจัดการที่ดินและดิน มอบสิทธิในที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร นายปรีชา ลิ้มถวิล นายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักฯ / กอง / ศูนย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ผู้เชี่ยวชาญฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รับมอบนโยบายจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) นายวัชระพล ขาวขำ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
โดย นายวัชระพล ขาวขำ (รมช.กษ.) ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร”
ทั้งนี้ นิทรรศการเป็นการแสดงผลการดำเนินงานจากพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน 72 จังหวัด ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรไปแล้ว จำนวน 36.64 ล้านไร่ ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 2.95 ล้านราย ยกระดับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) เป็น “โฉนดเพื่อการเกษตร” มอบให้แก่เกษตรกรไปแล้ว จำนวน 996,014 ฉบับ รวมถึงการแสดงงานฝีมือจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศพส.)
ในโอกาสนี้ รมช.กษ. ได้มอบนโยบายแก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เน้นการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนคือ การบริหารจัดการที่ดินและดิน อาทิ มอบสิทธิในที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร ปรับปรุง ฟื้นฟู และบำรุงดิน ขยายพื้นที่ปลอดการเผา ขับเคลื่อนงานปฏิรูปที่ดิน 9 นโยบายสู่มิติใหม่อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้
1.เร่งเครื่องออกโฉนดเพื่อการเกษตร เป้าหมาย 2 แสนแปลงภายในปี 2570
2.จัดที่ดินตามข้อ 62 แก้ปัญหาที่ดินเปลี่ยนมือ เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ทำประโยชน์จริงในพื้นที่ปฏิรูป
3.ล้างปัญหาที่ดินทับซ้อนด้วย One Map ปรับแนวเขตของรัฐให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเชิงพื้นที่ (File tune)
4.บังคับใช้กฎหมายเชิงรุก ตัดวงจรนายทุน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งรัดตรวจสอบการถือครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นำคืนพื้นที่กลับคืนมาจัดสรรให้เกษตรกรรายย่อยที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ ส.ป.ก.
5.ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฉบับใหม่เข้าสภา ปรับปรุงกระบวนการได้มาซึ่งที่ดินให้รวดเร็วขึ้น
6.เสริมแกร่งให้เกษตรกรด้วยเงินกองทุนรวมถึงสนับสนุนสินเชื่อให้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร
7.ยกระดับสินทรัพย์ด้วยโฉนดต้นไม้ ส่งเสริมการปลูกไม้มีค่า 58 ชนิด
8.พัฒนาอาชีพนอกภาคเกษตร ส่งเสริมทางเลือกที่ยั่งยืน
9.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และพัฒนาระบบคมนาคม
รมช.กษ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่จะบรรลุเป้าหมายต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรของ ส.ป.ก. รวมถึงความร่วมมือในการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนภาคีต่าง ๆ ที่สำคัญ คือความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากพี่น้องเกษตรกรไทย และคนในภาคการเกษตรทุก ๆ ฝ่ายไปพร้อมกัน ตามหัวใจหลัก คือ “ส.ป.ก. สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร”










ไม่มีความคิดเห็น